อุปกรณ์เก็บล็อกไฟล์ถูกมาแล้ว + รัฐ-เอกชนร่วมผลิตป้อนตลาดเอสเอ็มอี-หน่วยงานรัฐ -สถานศึกษา

เอทีซีเอ็ม ผนึกซิป้า-เอทีเอสไอ ผุดโครงการพัฒนาอุปกรณ์จัดเก็บล็อกไฟล์ รับ พ.ร.บ. กระทำผิดคอมพ์ ระบุต้องการเป็นทางเลือกราคาประหยัดให้เอสเอ็มอี หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา ขณะที่ "ปรเมศวร์ มินศิริ"เผยยอดดาวน์โหลดฟรี "โปรแกรม ปลาวาฬ เซ็นทรัลล็อค" ทะลุหมื่น เตรียมพัฒนาผู้บริการติดตั้ง-บริการระดับแอดวานซ์

นายวิบูลย์ ว่องวีรชัยเดชา นายกสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ไทย หรือ เอทีซีเอ็ม เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าสมาคมอยู่ระหว่างการร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือเอทีซีเอ็ม ในการพัฒนาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือ ล็อกไฟล์ ที่มีคุณสมบัติรองรับการใช้งานตามพระราชบัญญัติการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการ ผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้ ซึ่งหากผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน500,000 บาท และหากเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบข้อมูลแล้วผู้ให้บริการไม่มีข้อมูลดังกล่าวถูกปรับไม่เกิน 200,000 บาท และปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละบาทจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง

ส่วนสาเหตุที่เอทีซีเอ็ม ร่วมมือกับซิป้า และเอทีเอสไอ ในการพัฒนาอุปกรณ์ดังกล่าวขึ้นมานั้นเป็นเพราะเล็งเห็นว่าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของการจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือ ล็อกไฟล์ ตามกฎหมายกำหนดโดยในบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดประมาณ 500,000-600,000 ราย มีองค์กรที่มีการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์

ขณะที่องค์กรมีทางเลือกการลงทุนไม่มากนัก โดยอุปกรณ์ที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่เป็นของต่างประเทศ ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง โดยอุปกรณ์สำหรับองค์กรขนาดเล็กมีมูลค่าการลงทุนตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไป ขณะที่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่มีมูลค่าการลงทุนระดับ 10 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดราคาจำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าวร่วมกับซิป้า และเอทีเอสไอ โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีราคาต่ำกว่าอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศแน่นอน เนื่องจากเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคอุตสาหกรรม กับหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้อุปกรณ์ดังกล่าวยังมีฟังก์ชันการใช้งานง่าย มีคุณสมบัติรองรับการใช้งานตามพระราชบัญญัติการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ทุกประการ ทั้งในส่วนของการเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ และการยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการ

สำหรับเป้าหมายของโครงการดังกล่าวนั้นคงมุ่งเป็นทางเลือกให้กับองค์กรขนาดกลางและเล็ก ที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัด นอกจากนี้ยังมองกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาด้วยเช่นกัน โดยจะพยายามนำเสนอขายให้กับหน่วยงานเหล่านี้ในราคาพิเศษ ซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นซิป้าในฐานะองค์กรภาครัฐ เอทีซีเอ็มและเอทีเอสไอ ในฐานะภาคอุตสาหกรรม คงไม่ต้องการขายของ แต่ต้องการช่วยเหลือองค์กรในการเตรียมพร้อมรองรับกฎหมายดังกล่าวมากกว่า ทั้งนี้คาดว่าจะมีการประกาศเปิดตัวโครงการดังกล่าว และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ได้ในสัปดาห์หน้า

"ตอนนี้เราคงต้องชะลอโครงการโน้ตบุ๊กนักเรียนไว้อย่างไม่มีกำหนด เพราะตลาดมีการแข่งขันเสรี ไม่สามารถกำหนดได้ ซึ่งเราคงไม่สามารถสู้กับผู้เล่นรายหลักๆ ที่เป็นคีย์เพลเยอร์ได้ ซึ่งตอนนี้เอทีซีเอ็มเราหันมาร่วมมือกับซิป้า และเอทีเอสไอ ในการต่อยอดระบบจัดเก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.การกระทำผิดคอมพิวเตอร์แทน โดยมองว่ากฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบกับองค์กรโดยกว้าง และองค์กรด้วยส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อม ซึ่งซิป้าเป็นคนพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมา ขณะที่เอทีเอสไอ นำซอฟต์แวร์มาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กร ส่วนเอทีซีเอ็ม รับผิดชอบในส่วนของฮาร์ดแวร์"

ด้านนายปรเมศวร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้พัฒนาเว็บบราวเซอร์ปลาวาฬ กล่าวว่าภายหลังจากที่เปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ามาดาวน์โหลดซอฟต์แวร์โปรแกรมปลาวาฬ เซ็นทรัล ล็อก ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Traffic Data) ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ฟรีผ่านทางเว็บไซต์ปลาวาฬดอทคอม (www.plawan.com ) เมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้มีร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ และโรงเรียนเข้ามาดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปใช้แล้วมากกว่า 10,000 ราย ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินการอบรมการใช้งานกับผู้ใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปแล้ว 2 ครั้ง

ซึ่งแนวทางการดำเนินการต่อไปคือ การจัดอบรมระดับแอดวานซ์ กับผู้ที่ต้องการนำซอฟต์แวร์ดังกล่าว ไปสร้างรายได้จากการให้บริการติดตั้งและบริการหลังการขายให้กับองค์กรที่สนใจ ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้ออกไปทั่วประเทศ

"ตอนนี้โรงเรียนที่ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไปใช้สามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไร ขณะที่ร้านอินเตอร์เน็ตมีแอพพลิเคชันที่ให้บริการหลากหลาย ทั้งเกม หรือบริการออนไลน์ ต่างๆ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้รองรับแอพพลิเคชันเหล่านี้ ซึ่งก็จำเป็นต้องมีผู้ที่มีความสามารถระดับแอดวานซ์ ในการดูแล"

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ฐานเศรษฐกิจ

 





บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด © 2008 Bundit Center Co. ,Ltd. All Right Reserved